วันจันทร์ที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2552

การเดินทางไปสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ถ้ามาจากสนามบินแมนเชสเตอร์ ก็เดินออกมาขึ้นรถไฟที่ Terminal 1 นั่งรถไฟจากที่นี่ไปลงสถานี Manchester Piccadilly แล้วต่อรถรางไปสาย Altincham ไปลงที่สถานี Old Trafford แล้วเดินผ่านสนามคริกเก็ตขึ้นไปตามทางอีกประมาณ 10 นาทีก็จะถึงสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

แต่รู้สึกว่าตอนนี้เขาปิดบริการรถรางภายในเมืองเพื่อซ่อมทาง ดังนั้นใครที่จะไปช่วงนี้ให้ต่อรถบัสที่เขาเตรียมไว้ให้หน้า Manchester Piccadilly นั่งไปขึ้นรถรางที่สถานี G-Max (Deansgate) แทน


ถ้านั่งรถไฟมาจากลอนดอนก็จะต้องมาลงที่ Manchester Piccadilly อยู่แล้ว ก็ให้เดินทางต่ออย่างที่บอกข้างต้นก็จะถึงหน้าสโมสรเช่นเดียวกัน ในวันที่มีการแข่งขันที่สนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดจะพิเศษหน่อยก็ตรงที่เราสามารถต่อรถไฟจาก Manchester Piccadilly ตรงยาวมาลงที่สถานี Manchester Utd Football Gd. ที่อยู่ติดกับสนามฟุตบอลได้เลย

สำหรับคนที่ชอบความสะดวกสะบายก็เรียกใช้บิการรถแท๊กซี่จากหน้าสถานี Manchester Picadilly มาลงที่หน้าสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ดเลยก็ได้ ราคาไม่เกิน 15 ปอนด์



รถบัส (Stagecoach): สายที่ผ่าน 250, 255, 256, 256, 263, 264, 290, 291
ข้อมูลจาก - http://www.gmpte.com

รถราง (Tram): ขึ้นสาย Altincham ไปลงที่สถานี Old Trafford แล้วเดินไปตามถนนผ่านสนามคริกเก็ตอีกประมาณประมาณ 7 นาที
ข้อมูลจาก - http://www.metrolink.co.uk/index.asp

รถไฟ (Train): ลงที่สถานี Manchester United Football Ground จะเปิดบริการเฉพาะวันที่มีการแข่งขันเท่านั้น
ข้อมูลจาก - http://www.nationalrail.co.uk

วันศุกร์ที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2552

การขอวีซ่าประเทศอังกฤษ

การขอวีซ่าเข้าประเทศอังกฤษต้องเข้าไปที่เว็บไซต์ http://www.vfs-uk-th.com/thai/index.aspx เพื่อกรอกแบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่าก่อน จากนั้นก็ print แบบฟอร์มออกมา พร้อมทั้งไปซื้อแคชเชียร์เช็คตามราคาที่ระบุไว้ในตอนท้ายของแบบฟอร์มคำร้องขอวีซ่า จากนั้นก็นัดวันยื่นคำร้องผ่านทางเว็บไซต์ไปได้เลย โดยวันที่เราไปยื่นคำร้องนั้นจะมีการเก็บลายนิ้วมือของเราด้วย เพราะฉะนั้นห้ามเป็นแผลที่นิ้วมือก่อนวันไปยื่นคำร้องเด็ดขาด

เอกสารสำหรับขอวีซ่าท่องเที่ยว 6 เดือนนั้นจะระบุอยู่ที่ http://www.vfs-uk-th.com/thai/documents.aspx ให้เลือกโหลด Social Visit ออกมา print เก็บไว้ ซึ่งเอกสารหลักๆที่ต้องเตรียมจะมีดังต่อไปนี้

  • ใบยื่นคำร้องขอวีซ่า
  • รูปถ่ายขนาด 3.5 x 4.5 ซ.ม. พื้นหลังควรเป็นสีขาว และรูปถ่ายต้องเป็นหน้าเต็ม ไม่สวมแว่นตาหรือหมวก และไม่มีสิ่งปกคลุมบนศีรษะ ยกเว้นในกรณีที่ต้องใส่ตามศาสนา
  • Passport เล่มปัจจุบัน โดยต้องอายุเหลือมากกว่า 6 เดือน
  • สำเนาบัตรประชาชน
  • Passport เล่มเก่า (ถ้ามี)
  • หนังสือรับรองการทำงาน หรือจดหมายลางานจากบริษัท ห้าง ร้านที่เราทำงานอยู่
  • หนังสือรับรองสถานะทางการเงิน หรือ Bank statement ย้อนหลัง 6 เดือน เอาทั้งสำเนาและต้นฉบับ (เงินในบัญชีควรมี 6 หลักหรือหลักแสนขึ้นไป)
  • แคชเชียร์เช็คค่าขอวีซ่า

ถ้ามีคนออกค่าใช้จ่ายให้ ให้นำ สำเนา Passport หน้าที่มีรูปและทุกๆหน้าที่มีการสแตมป์ พร้อมทั้งจดหมายรับรอง หนังสือรับรองสถานะทางการเงิน และ Bank statement ย้อนหลัง 6 เดือน ของผู้ที่ออกค่าใช้จ่ายให้เรายื่นไปด้วย (เงินในบัญชีควรมี 6 หลักหรือหลักแสนขึ้นไป)

ผู้ที่เป็นนักเรียน – นักศึกษา ก็ให้ยื่นหนังสือรับรองจากทางสถาบันด้วย

ส่วนใครจะยื่นสำเนาตั๋วดูบอล ใบจองโรงแรม และตั๋วเครื่องที่ระบุวันที่ไป-กลับชัดเจนให้ทางศูนย์รับคำร้องด้วยก็ได้ เพราะจะได้วีซ่าง่ายขึ้น จากนั้นก็รอไม่เกิน 15 วันก็จะได้รับการแจ้งให้ไปรับเล่ม Passport คืน ซึ่งสามารถเช็คได้จากทางเว็บไซต์ http://www.ukvac-th.com หรือจะให้ทางศูนย์ส่ง sms แจ้งเราก็ได้

วันพุธที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ซื้อตั๋วเครื่องบิน

ก่อนอื่นต้องถามตัวเองก่อนว่าจะไปดูบอลสนามไหน ถ้าจะไปสนามของอาร์เซนอล เชลซี สเปอร์ ก็ต้องใช้เส้นทางบินกรุงเทพฯ-ลอนดอน จะไปลงที่สนามบิน Heathrow หรือ Gatwick ก็ได้ แต่รู้สึกว่าภาษีสนามบินที่ Gatwick จะถูกกว่านะ ถ้าจะไปสนามของแมนยู แมนซิตี้ ลิเวอร์พูล เอฟเวอร์ตัน แนะนำให้ไปลงที่สนามบิน Manchester โดยใช้เส้นทางบิน กรุงเทพฯ-แมนเชสเตอร์

สายการบินที่ไปอังกฤษก็มีอยู่หลายสายการบินด้วยกัน สายการบินที่ดังๆเลยก็มี British Airways, Qantas Airways, Thai Airways, EVA Airways, Emirates, Cathay Pacific, Air France, Lufthansa แต่ถ้าถามผมว่าไปสายการบินไหนดี ผมว่าใช้บริการของ Emirates จะได้ราคาที่ถูกที่สุดนะครับ (จากการสำรวจล่าสุดของผมในเดือนมิถุนายน ปี 2552) แถมอาหารของสายการบินแห่งนี้ยังได้รับการการันตีถึงความยอดเยี่ยมในระดับหัวกระทิของโลกใบนี้ พนักงานบนเครื่องก็นานาชาติครับ มีหมดเลยทั้งเกาหลี ญี่ปุ่น ไทย จีน ฝรั่ง ตรงนี้ผมเข้าใจว่าผู้บริหารของสายการบินนี้ต้องการอำนวยความสะดวกสบายในการสื่อสารให้กับผู้โดยสารของเขา ที่สำคัญสายการบิน Emirates ค่อนข้างรักษาเวลาดีมาก ไม่ค่อยมีเครื่องบิน delay ให้เห็นกัน

จะเลือกบินตรงยาวถึงลอนดอนก็ได้ แต่ผมแนะนำว่าไม่ต้องรีบร้อนเดินทางขนาดนั้นก็ได้ เพราะการอยู่บนเครื่องบินติดต่อกันร่วมๆ 13-15 ชั่วโมงเป็นอะไรที่ทรมานมาก นอกเสียจากว่าคุณจะมีตังซื้อที่นั่งแบบ First Class ของ Airbus A380 เพราะฉะนั้นผมแนะนำว่านั่งเครื่องบินสัก 5-7 ชั่วโมง แล้วลงมาเปลี่ยนรอเครื่องกลางทาง เราจะได้มีเวลาออกมาพักผ่อนยืดเส้นยืดสาย ล้างหน้าล้างตา ทำธุระส่วนตัวให้เรียบร้อยในสนามบินขณะรอเปลี่ยนเครื่องอย่างน้อยสัก 1 ชั่วโมง แล้วค่อยบินต่อจนถึงประเทศอังกฤษสวยกว่า ยิ่งใครโดยสารมากับสายการบิน Emirates ยิ่งดีเข้าไปใหญ่ เพราะเมืองดูไบนั้นอยู่กึ่งกลางระหว่างประเทศไทยกับประเทศอังกฤษพอดี แถม Duty Free ของสนามบินดูไบก็น่าเดินช็อปปิ้งมากๆ แหม...โฆษณาให้กันขนาดนี้ทางสายการบิน Emirates ให้ผมบินฟรีมั้ยเนี่ย จะพอมีน้ำใจจัดให้สักดอกไหมครับ ฮ่าๆๆๆ

ส่วนสายการบินเส้นทางกรุงเทพฯ - แมนเชสเตอร์ ถ้ามากับ Emirates Air ก็ต้องมาเปลี่ยนเครื่องที่สนามบินดูไบก่อนอยู่แล้ว ตอนนี้เขายังไม่เปิดให้บินตรงนะ และจากที่สำรวจดูล่าสุดเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2552 ที่ผ่านมาก็ยังไม่มีสายการบินไหนเปิดเส้นทางบินตรงจากกรุงเทพฯถึงแมนเชสเตอร์โดยที่ไม่แวะเปลี่ยนเครื่องนะครับ

เวลาจะซื้อตั๋วก็เลือกได้ครับว่าจะซื้อออนไลน์ หรือไปซื้อที่สำนักงานขาย ถ้าจะซื้อออนไลน์ก็เข้าไปที่ http://www.emirates.com/th/English/index.aspx แล้วทำการบุ๊กกิ้งที่หน้าเว็บได้เลย โดยใส่ “three letter code” ของเมืองนั้นๆ เช่น BKK (กรุงเทพฯ), LHR หรือ LON (ลอนดอน), MAN (แมนเชสเตอร์) ถ้าเลือก LON เขาจะมีให้เลือกอีกทีว่าจะลงสนามบิน Heathrow (LHR) หรือ Gatwick (LGW) ส่วนใครอยากไปแมนเชสเตอร์ก่อนแล้วตอนกลับไปขึ้นเครื่องที่ลอนดอนก็ทำได้ แบบว่าอยากเที่ยวลอนดอนก่อนกลับแบบผม ก็คลิ๊กที่ Multi-city search ขาไปก็เลือก BKK - MAN ขากลับก็เลือก LON หรือ LHR - BKK เสร็จแล้วเราก็จะได้ราคาตั๋วแบบ round trip ซึ่งประหยัดกว่า one way พอสมควรเลยทีเดียว ใครเป็นสมาชิก skyward ก็อย่าลืม Login ก่อนนะ เพราะจะได้ mileages สะสมด้วย ส่วนใครที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกก็คลิ๊กเข้าไปสมัครที่ Skyward Member ก่อนซื้อตั๋วได้เลยครับ

เวลาซื้อตั๋วออนไลน์เสร็จเขาจะให้เราเลือกว่าจะไปรับตั๋วเองที่สำนักงานของ Emirates ที่อาคารบีบี ถนนอโศก หรือจะจ่ายเงินผ่านบัตรเครดิตแล้วค่อย Print e-ticket ออกมาเก็บไว้สำหรับ check-in ที่สนามบิน อ่อ...เกือบลืมบอกไป พิเศษสำหรับสมาชิก skyward นะครับ เวลาจองตั๋วออนไลน์ ท่านสมาชิกสามารถเลือกที่นั่งบนเครื่องบินได้เองตามอัฐยาศัยได้ทุก flight number ที่ระบุไว้บนตั๋วเครื่องบินที่เราจอง ส่วนใครจะไปซื้อตั๋วเองที่สำนักงานเลยก็ได้ สมาชิก skyward ก็สามารถเลือกที่นั่งเองกับสะสม mileages ได้เหมือนๆกัน

เวลาจองก็ให้เลือกวันเดินทางให้ดี ให้ไปถึงที่ประเทศอังกฤษก่อนฟุตบอลเตะอย่างน้อย 1 วัน เช่นถ้าบอลแข่งกันวันที่ 17 ก็ให้เราไปถึงที่ประเทศอังกฤษอย่างช้าวันที่ 16 เที่ยวบินจากบ้านเราไปอังกฤษส่วนใหญ่แล้วจะเริ่มบินกันตอน 4 ทุ่มเป็นต้นไป แล้วจะไปถึงประเทศอังกฤษในวันรุ่งขึ้นตอนบ่ายๆ ดังนั้นเราก็ต้องเริ่มเดินทางตั้งแต่วันที่ 15 อย่าลืม print “Itinerary” ออกมาด้วยนะครับพราะต้องใช้เวลาขอวีซ่า

ที่สำคัญอย่าลืม print เอกสารการจองที่พักเก็บไว้ด้วย เพราะต้องเอาไปยืนยันการจองในวันที่เรา check-in เข้าโรงแรม และต้องเอาไว้เป็นเอกสารขอวีซ่าด้วย หรือบางที ต.ม. อาจขอเรียกดูหลักฐานที่พักเวลาอยู่ในประเทศเขา

Useful Link: ซื้อตั๋วดูบอลด้วยตัวเอง ที่พักและการจองโรงแรม

วันจันทร์ที่ 22 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ที่พักและการจองโรงแรม

หลายคนคงมีคำถามในใจว่าเวลาเดินทางมาดูมาที่ประเทศอังกฤษจะพักที่ไหนดี ไม่ต้องห่วงครับ...เพียบเลย ที่พักสำหรับนักท่องเที่ยวในประเทศอังกฤษก็มีอยู่หลายแบบไม่ว่าจะเป็น Hotel, B&Bs, Youth Hotel และ Apartment ซึ่งแต่ละแบบก็มีลักษณะแตกต่างกันไป

Hotel - โรงแรมทั่วๆไปเหมือนกับของประเทศเรานี่แหละ แต่ราคามหาโหดไปสักนิด อย่างโรงแรม 3-4 ดาวก็จะตกอยู่ราวๆ 65-100 ปอนด์ แล้วแต่ Location และสิ่งอำนวยความสะดวก จะให้แนะนำก็หาโรงแรมระดับ 3 ดาวเอาไว้เป็นที่นอนก็พอ โรงแรม 3 ดาวของที่นี่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกพื้นฐานครบครันแล้วไม่ว่าจะเป็น ทีวี, กาต้มน้ำร้อน, ซองชา-กาแฟ, เครื่องปรับอากาศ, Internet Access, ตู้เย็น โรงแรมบางแห่งก็มีอาหารเช้าไว้บริการสำหรับแขกผู้เข้าพักฟรีอีกด้วย ส่วน Location หรือที่ตั้งนั้นจะเลือกอยู่ตรงไหนก็แล้วแต่ชอบ จะอยู่ใกล้สนามฟุตบอลหน่อยก็ได้ จะได้เดินทางไปง่ายๆ ถ้าอยู่ไกลสนามก็ให้เลือกที่มันใกล้เคียงกับระบบขนส่งก็พอ จะได้เดินทางไปมาได้สะดวก

B&Bs - ย่อมาจาก Bed and Breakfasts ที่พักในลักษณะนี้เป็นแบบชาวบ้านๆหน่อย แบบว่ามีบ้านหนึ่งหลังเอามาซอยเป็นห้องๆให้นักท่องเที่ยวอยู่และมีอาหารเช้าพร้อมเสร็จสรรพ ราคาจะถูกกว่าโรงแรมพอสมควร และเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ของที่นี่ ส่วนความเป็นอยู่กับสิ่งอำนวยความสะดวกก็ไม่ควรไปคาดหวังมาก เพราะที่พักลักษณะนี้เอาไว้สำหรับนอนพักผ่อนเพียงอย่างเดียว

Youth Hotel - จะเป็นที่พักแบบหอพักนักเรียนประจำ คือเป็นเตียงสองชั้น ในหนึ่งห้องอาจจะต้องพักกัน 4 คนเป็นอย่างน้อย ห้องน้ำอาจจะต้องใช้รวมกัน และอาจจะต้องเดินไปเบิกผ้าเช็ดตัวหรือสบู่เอาเอง ส่วนอาหารเช้าไม่มีให้ครับ แต่สามารถออกมาหาทานได้จากร้านค้าข้างนอกบริเวณนั้น

Apartment - ถ้ามากันเป็นหมู่คณะผมขอแนะนำเลยครับว่าพักแบบนี้คุ้มกว่า การคิดค่าเช่าจะคิดเป็นรายสัปดาห์ อาจจะไม่มีอาหารเช้าให้ แต่สามารถหาทานได้จากร้านค้าบริเวณนั้น

โดยส่วนตัวแล้วเวลามาดูบอลที่อังกฤษก็หาโรงแรมนอนเอาครับ เพราะสะดวกกว่า การจองโรงแรมก็ไม่ยาก เพียงแค่เข้าไปที่หน้าเว็บไซต์รับจองโรงแรมแล้วก็เลือกวันที่จะ check-in กับจำนวนคืนที่จะอยู่ในโรงแรมนั้น แล้วก็ทำการกรอกข้อมูลบัตรเครดิตจองผ่านหน้าเว็บไซต์ไปเลย...ง่ายดี ขอเพียงวางแผนให้ถูกว่าจะเข้าพักวันไหน พักกี่คืน ทางที่ดีควรจะไปนอนที่อังกฤษก่อนบอลแตะสักคืนนึง แล้ววันรุ่งขึ้นค่อยออกไปดูบอล

ที่สำคัญอย่าลืม print เอกสารการจองที่พักเก็บไว้ด้วย เพราะต้องเอาไปยืนยันการจองในวันที่เรา check-in เข้าโรงแรม และต้องเอาไว้เป็นเอกสารขอวีซ่าด้วย หรือบางที ต.ม. อาจขอเรียกดูหลักฐานที่พักเวลาอยู่ในประเทศเขา

Useful Link: ซื้อตั๋วดูบอลด้วยตัวเอง ซื้อตั๋วเครื่องบิน

วันอาทิตย์ที่ 21 มิถุนายน พ.ศ. 2552

ซื้อตั๋วดูบอลด้วยตัวเอง

การซื้อตั๋วดูบอลทางอินเตอร์เน็ตดูจะเป็นวิธีที่สะดวกที่สุด เพียงแค่เข้าไปยัง official website ของสโมสรที่เราอยากจะไปดู แล้วก็สั่งซื้อตั๋วดูบอลทางเว็บไซต์ได้เลย เพียงแต่ว่าถ้าจะซื้อตั๋วดูบอลอย่างเดียวก็ต้องเป็นสมาชิกรายปีกับทางสโมสร ซะก่อน ซึ่งจะมีค่าสมาชิกแตกต่างกันไปตามแต่ล่ะสโมสร อย่างเช่นของสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดในฤดูกาล 2009/10 จะอยู่ที่ราคา 36 ปอนด์

แต่ไม่ต้องห่วงใครไม่อยากเสีย ตังเป็นสมาชิกรายปีก็มีสิทธิ์ได้ตั๋ว เพราะบางสโมสรเขาจะมี package ดูบอลหรือ match hospitality ให้เลือก วิธีนี้เราจะได้รับการ guarantee ว่าได้ตั๋วแน่นอน แต่ราคาอาจจะแพงกว่าซื้อตั๋วเพียงใบเดียวอยู่สักหน่อย ใน package จะมีส่วนลดต่างๆจากทางสโมสรรวมๆกันมา บาง package จะจองโรงแรมให้เราเสร็จสรรพเลยไม่ต้องไปหาโรงแรมอีกให้เสียเวลา

อย่างที่ผมซื้อ package ของแมนยูไปเมื่อคราวที่แล้วก็ซื้อผ่านอินเตอร์เน็ต แล้ว print ใบสั่งซื้อไปให้กับทางโรงแรม Premier Inn ที่เขาจองไว้ให้เรา พนักงานก็ให้คีการ์ดเข้าห้องพักพร้อมยื่นซอง Package มาให้ ข้างในประกอบไปด้วย
-ตั๋วดูบอลแมนยู-อาร์เซน่อล 2 ใบ
-คูปองแลกหนังสือ Match Review 2 ใบ
-คูปองร้านเมกกะสโตร์ 5 ปอนด์ 2 ใบ
-ส่วนลด Red Cafe 10% 2 ใบ
-คูปองทัวร์ Stadium & Museum ฟรี 2 ใบ
-บัตรรับประทานอาหารฟรีที่ร้าน Hard Rock Cafe ฟรี 1 มื้อ 2 ใบ
-ที่พักพร้อมอาหารเช้าในโรงแรม Old Traffod Pemier Inn 4 คืน ซึ่งโรงแรมนี้อยู่ใกล้กับสนามของแมนยูมากๆขอบอก

ตอนจองก็เลือกดูรายละเอียดของ Package ก่อนเลยว่าจะเอาแบบไหน แล้วค่อยคลิ๊กเข้าไปเลือกแมตที่จะดู ถ้าใครจะซื้อแต่ตั๋วดูบอลอย่างเดียวก็ได้แต่ต้องเป็นสมาชิกก่อน กรอกรายละเอียดให้ครบถ้วน ใครจองโรงแรมด้วยก็ให้ระบุวันที่เข้าพักและระยะเวลาในการพักลงไป แล้วค่อยใช้บัตร VISA หรือ MasterCard ในการจอง โดยกรอกหมายเลขและรายละเอียดของบัตรลงไป แล้วอย่าลืม print เอกสารในการจองเก็บไว้ด้วยนะครับ เพราะถ้าจอง package แบบมีโรงแรมให้ด้วย ทางสโมสรจะส่งตั๋วดูบอลและ package ไปให้ที่โรงแรมที่เราจองไว้ แล้วเราต้องมีหลักฐานให้เขาดูเวลาเราไป check-in ที่โรงแรม ที่สำคัญเราจะต้องใช้เอกสารการจอง Package นี้ยื่นในการขอวีซ่าด้วย และบางท่านอาจโชคดีโดน ต.ม. ที่สนามบินในอังกฤษขอเรียกดูเอกสารการจองที่พัก เราก็เอาเอกสรจอง package นี่แหละยื่นให้เขาดู

ส่วนใครที่ซื้อตั๋วดูบอลอย่างเดียวส่วนใหญ่ทางสโมสรจะส่งมาให้ถึงบ้านเลยครับ แต่อาจจะต้องเสียค่าจัดส่งเล็กน้อย

Useful Link: ที่พักและการจองโรงแรม ซื้อตั๋วเครื่องบิน

จุดเริ่มต้นของการไปดูบอลที่อังกฤษ...ด้วยตัวเอง!

บางคนอาจจะคิดว่าการที่จะไปดูบอลที่อังกฤษนั้นเป็น เรื่องยาก…อันที่จริง ไม่ยากเลย บางคนอาจจะบอกว่าดูทีวีถ่ายทอดสดอยู่ที่บ้านก็ได้ จะเอาอย่างนั้นก็ได้...ขึ้นอยู่กับความสมัครใจของตัวเองไม่มีใครบังคับ แต่การได้มีประสบการณ์ออกไปสัมผัสบรรยากาศในสนามจริงกับสิ่งที่เห็นในทีวี มันแตกต่างกันราวกับอยู่คนโลกเลยทีเดียว ใครที่เคยไปดูบอลถึงอังกฤษแล้วจะสามารถรู้สึกได้ถึงความแตกต่างนี้ได้ มันเป็นประสบการณ์ที่ยากจะลืมเลือน ไอ้ครั้นจะรอให้ประเทศไทยเชิญทีมรักของเรามาฟาดแข้งให้ดูถึงบ้านมันก็เป็น การแข่งขันแบบกระชับมิตรไม่เร้าใจเท่ากับการดูบอลพรีเมียร์ในบรรยากาศจริงหรอกครับ แล้วจะรู้ว่ามันส์สะเด่ากว่าดูทีวีอยู่บ้านเป็นไหนๆ

แน่นอนว่าค่าใช้จ่ายการเดินทางไปดูบอลที่อังกฤษนั้นสูง...มันขึ้นอยู่กับว่า คุณเลือกที่จะไปดูบอลแบบไหน ถ้าไปกับทัวร์ระดับ exclusive ก็ต้องจ่ายเป็นเกือบๆ 200,000 บาท ต่อแมตต่อคน!!! แต่ถ้าไปด้วยตัวเองล่ะ...รับรองไม่ถึงหนึ่งแสนบาทต่อคนแน่นอน แล้วจะเริ่มต้นจากตรงไหนดี ที่นี่มีคำตอบให้คนที่มีความฝันและกระสันอยากจะไปดูที่ประเทศอังกฤษเท่านั้น

ล่าสุดผมไปดูบอลที่อังกฤษกับน้องสองคน ซื้อเป็นแบบ dreamsbreak package ของสโมสรแมนยูจากทางอินเตอร์เน็ต สองคนรวมกันพร้อมที่พักในโรงแรมแถวๆสนามโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด 4 คืนเสียไปแค่ 1,034.28 ปอนด์ หรือราวๆ 57,000 บาทเท่านั้น!!! บวกค่าเครื่องบินของ Emirates Air ไปอีกคนล่ะ 28,570 บาท เบ็ดเสร็จทริปไปดูบอลที่อังกฤษนี้เสียเงินไปเพียงราวๆ แสนต้นๆเท่านั้นเอง ยังได้ไปตั้งสองคน แถมยังมีเวลาว่างเที่ยวในอังกฤษหลังจากดูบอลเสร็จแล้วอีก 3 วัน

แล้วเราจะไปง้อทัวร์ทำไมครับสู้ไปดูเองไม่ดีกว่าเหรอ ถึงมันจะไม่ได้ไปดูบอลแบบ exclusive แต่ก็ได้ไปดูทีมรักลงเตะถึงประเทศอังกฤษตามวัตถุประสงค์ที่แท้จริงใช่หรือไม่ แต่ไม่ใช่ว่าอยากไปดูฟุตบอลถึงประเทศอังกฤษแล้วจะไปได้เลยนะครับ เราต้องมีการสำรวจความพร้อมและเตรียมตัวกันให้ดีซะก่อน อย่างน้อยๆเราต้องมีทุนทรัพย์, วีซ่าเข้าประเทศอังกฤษ, ที่พัก, ตั๋วดูบอล และ ตั๋วเครื่องบินซะก่อน ซึ่งสิ่งเหล่านี้ไม่ยากเกินไปนักที่เราจะสามารถหามาได้ด้วยตัวของเราเองครับ

Useful Link: ซื้อตั๋วดูบอลด้วยตัวเอง ที่พักและการจองโรงแรม ซื้อตั๋วเครื่องบิน